เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

GSM VoIP Configuration

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

โพสต์โดย nuiz » 13 พ.ย. 2011 21:26

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

เมนูนี้จะเกี่ยวกับการคอนฟิกพารามิเตอร์ SIP, SIP Register, SIP Signaling Port, RTP Port, Codecs, NTP (Network Time Protocol), Tx/Rx Gain เป็นต้นครับ มาดูทีละเมนูกันเลย

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration


1. System Configuration
คอนฟิก SNTP Server ที่จะให้ GSM VoIP Gateway ดึงวันที่ เดือน ปี และเวลามาใช้ เวลาในเครื่องจะได้ตรงกับเวลาจริงๆ มีประโยชน์ตอนที่เราตั้งให้เครื่องส่ง CDR หน่ะครับ ประโยชน์อย่างอื่นผมยังไม่เห็นว่าจะมีอะไร ถ้าต้องการตั้งเวลาก็เซ็ตตามตัวอย่างเลยครับ เซ็ตเสร็จก็ต้องรีสตาร์ทเครื่องด้วยนะครับเพื่อให้มีผล

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

2. Service Configuration

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

Local Start RTP Port
เป็นพอร์ต RTP เริ่มต้น ดีฟอลท์คือ 8000 ครับ แต่มันไม่ได้ใช้พอร์ตนี้พอร์ตเดียวนะครับ พอร์ต 8000 นี้ใช้กับซิมแรกอย่างเดียว ซิมต่อไป (พอร์ต GSM ต่อไป) จะใช้ 8004, 8008, 8012 ไปเรื่อยๆครับจนกว่าจะครบทุกซิม ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่า GSM VoIP Gateway นี้มีอยู่ 4 พอร์ต (4 ซิม) ถ้าซิมแรกทำงานมันจะใช้ RTP พอร์ต 8000 ถ้าซิมที่ 4 ทำงานก็จะใช้ RTP พอร์ต 8012 หน่ะครับ

Enable Silence Suppression
เลือกว่าจะใช้งาน Silence Suppression หรือไม่ ซึ่งบางทีเราก็เรียก Silence Suppression ในอีกชื่อหนึ่งคือ VAD (Voice Activity Detection) ถ้าเลือกเป็น Yes ก็จะช่วยประหยัดแบนวิดธ์ทางฝั่งที่ไม่ได้เป็นคนพูด (ฟังอย่างเดียว) แต่ก็จะมีข้อเสียคือถ้ามาเริ่มต้นพูด อีกฝั่งจะไม่ได้ยินพยางค์แรก ก็ลองเลือกใช้งานดูครับ

Call Progress Tone
เป็นรูปแบบ ความถี่ ของสัญญาณ Tone ต่างๆที่ GSM VoIP สร้างขึ้นมา แต่ละประเทศก็จะมีฟอร์แม็ตแตกต่างกันไป เลือกเอาตามใจชอบครับ ไม่มี Thailand นะครับ

Preferred Coders (in listed order)
เลือก Codec ที่จะใช้งานครับ ก็จะรองรับ Codec อยู่ 3 แบบตามตัวอย่าง สำหรับ G.721.1 และ G.729 นี่ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ (แต่ GSM VoIP บางรุ่นก็จะรองรับทั้งสองเลย ไม่ต้องเลือกแบบนี้ แต่ราคาก็จะสูงขึ้นไปอีก) แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะส่วนมากก็ใช้ G.729 มากกว่า G.729 อยู่แล้ว
อีกอย่าง G.729 ที่รองรับนี่ก็เป็นแบบ G.729AB นะครับ ซึ่งคุยได้หมดไม่ว่าจะเป็น G.729 ธรรมดา หรือ G.729A หรือ G.729B ไม่ต้องห่วงครับ

Voice Frames per Tx
ตั้งจำนวน Voice Frame ที่จะใส่เข้าไปใน IP Packet ครับ ปกติ 1 Voice Frame ก็จะประมาณ 20 ms ครับ ซึ่งหมายความว่า เวลาเราพูดไป เราก็พูดแบบต่อเนื่อง แต่ตอนส่งข้อมูลไปมันจะตัดออกเป็นช่วงๆละ 20 ms แล้วส่งออกไป มันทำงานเร็วมากจนปลายทางไม่รู้สึกว่าเสียงแปร่งๆ แปลกๆ
ค่าดีฟอลท์คือ 2 ซึ่งหมายถึงมันจะใส่ 2 Voice Frames เข้าไปใน 1 IP Packet ผลก็คือช่วยประหยัดแบนวิดธ์ลงไปได้ แต่ก็จะมีเรื่องของดีเลย์เข้ามานิดหน่อย เพราะว่าปกติส่งทุกๆ 20 ms ก็มาส่งทุก 40 ms แทน แต่เชื่อเลยว่าค่าดีเลย์เท่านี้ฝั่งปลายทางไม่รู้สึกหรอกครับ สบายใจได้

Enable PSTN Incoming Configuration
เจ้าเครื่อง GSM VoIP Gateway นี้มันมี IVR อยู่ในตัวด้วยนะครับ ซึ่งเอาไว้ให้เราคอนฟิกได้ เช่นคอนฟิกไอพีแอดเดรส ซับเน็ต เกตเวย์ หรือถามไอพีแอดเดรสก็ได้ โดยเราโทรเข้าไปที่เบอร์ GSM ที่เอามาใส่ แล้วกดโค๊ดที่กำหนด (ไว้โอกาสต่อไปผมจะบอกว่าโค๊ดมันมีอะไรบ้าง รอครับรอ)

Auto Outgoing Routing Type
เป็นอัลกอริทึมในการเช็คสถานะความพร้อมของซิมการ์ดก่อนที่จะส่งคอลออกไป ใช้กับตอนโทรจาก VoIP->GSM นะครับ มีให้เลือก 2 แบบคือ Polling (ค่าดีฟอลท์) หมายถึงเช็คสถานะก่อนว่าซิมพร้อมทำงานหรือไม่ คำว่าพร้อมทำงานหมายถึง ยังไม่ถูกใช้งานและลงทะเบียนกับโอเปอเรเตอร์แล้ว อีกแบบคือ Ordinal ซึ่งส่งออกไปเลยไม่สนใจ

IP to PSTN One Stage Dialing
เซ็ตเป็น Yes (ดีฟอลท์) เครื่อง GSM VoIP จะส่งเบอร์ทั้งหมด (หลังจากปรับแต่งให้สามารโทรออกได้แล้ว) ออกไปยังโอเปอเรเตอร์มือถือ ซึ่งเราใช้งานกันแบบนี้
เซ็ตเป็น No คนโทรจะได้ยินเสียง Dial Tone แล้วค่อยกดเบอร์ปลายทางเอาเอง วิธีนี้ไม่สะดวกและไม่เป็นที่นิยม

Redirect Call When All Ports Busy
กำหนดว่าจะให้ GSM VoIP Gateway ทำยังไงถ้าทุกพอร์ตถูกใช้งานหมด (หรือไม่ได้ถูกใช้งานเลย แต่คอนฟิกผิด) ดีฟอลท์คือ No ซึ่งเครื่องจะส่ง SIP Message "600 Busy Everywhere" กลับไปยังต้นทาง ถ้าเซ็ตเป็น Yes มันจะส่งข้อความกลับไปบอกต้นทางว่าให้ส่งมายัง IP และ Port นี้แทน

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

Play Voice Prompt for PSTN Incoming Calls
ใช้สำหรับตอนโทรเข้ามาจากทางด้าน GSM นะครับ ซึ่งหากเซ็ตเป็น Yes เครื่องจะเล่นไฟล์เสียง IVR ที่บันทึกไว้แล้ว เป็นเสียงภาษาอังกฤษ แต่เราก็สามารถอัดเสียงเป็นภาษาไทยเอาไปแทนได้ (อัพโหลดเสียงผ่านทางเมนู Tools นะครับ ซึ่งผมจะมาแนะนำในโอกาสต่อไป)
แต่หากเซ็ตเป็น No เครื่องจะเล่นเสียง Tone แทน

Send Original Caller ID for PSTN Incoming Calls
กรณีเราเปิดให้โทรเข้ามาจากทางฝั่ง GSM ไปยัง IP ได้ด้วย เซ็ตเป็น Yes เครื่องจะเอาเบอร์โทรศัพท์ของคนที่โทรเข้ามาไปเป็น Caller ID ซึ่งก็นิยมใช้วิธีนี้กันครับ
แต่ถ้าเซ็ตเป็น No เครื่องจะเซ็ต Caller ID เป็น Anonymous

มาดูพารามิเตอร์เกี่ยวกับ DTMF กันบ้างครับ

DTMF Method
กำหนดรูปแบบ DTMF ที่เครื่องจะคุยกับ SIP devices ครับ มีให้เลือก RFC2833 (นิยมใช้กันมาก) และ SIGNAL (หรือ SIP INFO)

RFC2833 Payload Type
เซ็ตค่า Payload Type ของ DTMF แบบ RFC2833 ครับ ปกติจะใช้ค่า 101 แต่ก็มีอุปกรณ์บางอย่างใช้ค่า 97 แทน เราก็ต้องเซ็ตให้ตรงกันครับ ไม่งั้นเวลารับส่ง DTMF กันจะมีปัญหา

DTMF Volume
เพิ่มหรือลดความแรงของสัญญาณ DTMF ดีฟอลท์ปรับไว้ที่ 0 dB ครับ ถ้ามีปัญหาการรับส่ง DTMF กับโอเปอเรเตอร์มือถือก็ลองมาปรับค่าตรงนี้ดูครับ ช่วยได้แน่นอน

DTMF Interval
ปรับช่วงเวลาการ Detect หรือ Generate สัญญาณ DTMF ทั้งตอนที่ส่ง (Generate) ไปยังโอเปอเรเตอร์มือถือ และการรับ (Detection) จากโอเปอเรเตอร์มือถือ ถ้ามีปัญหาเรื่อง DTMF ไม่แม่นยำก็ลองปรับตรงนี้ดู ช่วยได้แน่นอนครับ

Enable Stun
พารามิเตอร์นี้มีประโยชน์เฉพาะต่อเมื่อเราเซ็ต IP ของ GSM VoIP Gateway เป็น Private IP และต้องคุยกับ SIP Device ที่อยู่ใน Internet โดยไม่ว่าเราเชื่อมต่อผ่าน ADSL (NAT) แบบ Dynamic IP หรือ Static IP ก็ตาม
ถ้าเซ็ตเป็น Yes และเซ็ต Stun Server IP Address และ Port ดังตัวอย่างในรูป เครื่องจะสอบถามกับ Server ว่า Public IP ของมันเป็นไอพีอะไร และมันก็จะใช้ Public IP นี้แทนค่า Private IP ของมัน

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

CLID Mode
CLID ย่อมาจาก Calling Line Identifier หรือก็คือ CallerID หน่ะเองครับ มีให้เลือกใช้งาน 2 แบบคือ Number (ดีฟอลท์) หรือเบอร์โทรศัพท์ กับ Name ซึ่งเป็นชื่อ

พารามิเตอร์อื่นๆที่เหลือก็ได้แก่

Enable Private Service
User ID Is Phone Number

Only Accept Calls from SIP Server
เซ็ตว่าจะให้ GSM VoIP Gateway ยอมรับเฉพาะคอลที่ส่งมาจาก SIP Server หรือไม่ (เซ็ตเป็น Yes ค่าดีฟอลท์) หรือส่งมาจาก SIP Device ตัวไหนก็ได้ (เซ็ตเป็น No) ถ้าเราไม่ได้เซ็ตให้ GSM VoIP นี้รีจิสเตอร์กับ SIP Server ก็ต้องเซ็ตเป็น No ครับ ไม่อย่างนั้นมันจะไม่รับคอล แต่ถึงแม้ว่าเราจะเซ็ตเป็น No ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครแอบมาใช้ GSM VoIP Gateway ของเราโทรออกหรือเปล่า เพราะเราตั้ง IP Access List ไว้ได้ครับ (อยู่ในเมนูอื่น) สบายใจได้

ถ้าท่านเจอปัญหาว่าเซ็ตยังไงก็โทรไม่ได้สักที ลองมาดูพารามิเตอร์นี้นะครับ ดีฟอลท์คือ รับเฉพาะคอลจาก SIP Server

Allow Call from PSTN to IP without Registration
จะให้ GSM VoIP รับคอลจาก PSTN โดยไม่ต้องรีจิสเตอร์กับ SIP Server หรือไม่ ดีฟอลท์คือ Yes (ยอมรับ)

Allow Call from IP to PSTN without Registration
จะให้ GSM VoIP รับคอลจาก IP โดยไม่ต้องรีจิสเตอร์กับ SIP Server หรือไม่ ดีฟอลท์คือ Yes (ยอมรับ)

Enable Anonymous Call from PSTN to IP
จะให้ GSM VoIP รับคอลจากฝั่ง GSM หรือไม่หากเบอร์ที่โทรเข้ามาไม่มี CallerID ดีฟอลท์คือ Yes (ยอมรับ)

Reject Anonymous Call from IP to PSTN
จะให้ GSM VoIP ปฏิเสธคอลจาก IP หรือไม่ หากคอลที่ส่งเข้ามาไม่มี CallerID ดีฟอลท์คือ No (ยอมรับ)

Use # as End Key
ใช้กับสายที่โทรเข้ามาจากฝั่ง GSM นะครับ เมื่อยูสเซอร์ได้ยิน IVR ป้อนข้อมูลและกด # หากเราเซ็ตเป็น Yes (ดีฟอลท์) เครื่องจะถือว่าเราสิ้นสุดการป้อนข้อมูลแล้ว ถ้าเซ็ตเป็น No หรือแม้กระทั่งเซ็ตเป็น Yes ก็ตาม ยูสเซอร์ป้อนข้อมูลเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมกด # ก็ต้องรอจนถึง Interdigit Timeout เครื่องจึงจะเอาข้อมูลไปทำงานต่อ

Interdigit Tiemout
เซ็ตเวลาเป็นวินาที ถ้ายูสเซอร์ไม่ป้อนข้อมูลใดๆภายในช่วงเวลานี้ เครื่องจะเอาข้อมูลที่ป้อนก่อนหน้านี้ไปทำงานต่อ ใช้กับการโทรเข้ามาจากฝั่ง GSM ครับ

3. SIP Configuration
เป็นพารามิเตอร์เกี่ยวกับ SIP ครับ เช่น เซ็ต Local Port ซึ่งดีฟอลท์คือ 5060 ตามมาตรฐาน, เซ็ตไอพีของ SIP Server, เซ็ตไอพีของ Outbound Proxy, เซ็ตว่าจะรีจิสเตอร์หรือไม่รีจิสเตอร์

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

SIP Server Address
ใส่ไอพีแอดเดรสของ SIP Server ที่จะรีจิสเตอร์ (ใช้กับกรณีที่เอา GSM VoIP Gateway นี้ไปรีจิสเตอร์กับ SIP Server นะครับ ถ้าไม่ได้รีจิสเตอร์ก็ไม่ต้องใส่ข้อมูลอะไรลงไป) สามารถใส่ได้ทั้ง IP Address และ DNS Name ครับ

SIP Server Port (default 5060)
เป็นพอร์ตของ SIP Server ดีฟอลท์และปกติที่เขาใช้กันก็คือ UDP พอร์ต 5060

Outbound Proxy Address
ระบุไอพีแอดเดรสหรือ dns name ของ Outbound Proxy Server ปกติก็จะเป็นไอพีเดียวกันกับ SIP Server แต่ไม่ใส่ก็ได้

Outbound Proxy Port
เป็นพอร์ตของ Outbound Proxy Server ที่จะเชื่อมต่อด้วย ดีฟอลท์คือ 5060

Use Random Port
ระบุว่าจะให้ใช้ Local SIP Port เป็นแบบสุ่มหรือไม่ หรือว่าใช้ตามค่าที่คอนฟิกไว้ แนะนำว่าให้เลือกแบบ No ครับ ให้มันใช้ตามค่าที่คอนฟิกไว้

Local SIP Port
ระบุพอร์ต SIP Port ของตัว GSM VoIP Gateway ค่าดีฟอลท์คือ 5060

Is Register
ให้ GSM VoIP Gateway รีจิสเตอร์หรือไม่ ดีฟอลท์ Yes คือรีจิสเตอร์

T1
เป็น SIP Timer ซึ่งกำหนดค่า Round-Trip Time (RTT) ดีฟอลท์คือ 500 ms และเป็นค่ามาตรฐานด้วยนะครับ

T2
เป็น SIP Timer ซึ่งกำหนดระยะเวลานานที่สุดที่จะมีการส่ง Message ประเภท non-INVITE ไปอีกครั้ง ถ้าเคยส่งแล้วแต่ไม่มีอะไรตอบสนองกลับมา และกรณีของ INVITE ค่าเวลา T2 นี้จะเป็นตัวกำหนดว่าต้องได้รับ INVITE response กลับมาภายในช่วงเวลานี้ ถ้าเกินแล้วก็จะส่ง INVITE ไปใหม่ (ถ้าคอนฟิกให้มีการส่ง INVITE ไปใหม่) ดีฟอลท์ 4000 ms หรือ 4 วินาที ค่านี้เป็นมาตรฐานด้วยนะครับ

T4
เป็น SIP Timer ที่กำหนดระยะเวลาสูงสุดที่ Messages จะอยู่ในเน็ตเวอร์คได้ ดีฟอลท์ 5000 ms หรือ 5 วินาที เป็นค่ามาตรฐานด้วยนะครับ

TMAX
เป็น SIP Timer กำหนดระยะเวลารอสำหรับ Retrasnsmission Response ดีฟอลท์ 32000 ms

ค่าเวลา SIP Timer พวกนี้นะครับ ถ้าหมดเวลาแล้วอุปกรณ์ต้นทางก็จะส่ง CANCEL มายกเลิก

Keepalive Interval (range: 0 - 3600, 0 means disable)
ให้ GSM VoIP Gateway รีจิสเตอร์กับ SIP Server ทุกๆช่วงเวลานี้

Enable 100rel
เปิดใช้งานออปชั่น 100rel เมื่อจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ SIP device บางรุ่นที่ต้องการออปชั่นนี้ ดีฟอลท์ No

Refer to Use Target Contact
ดีฟอลท์ No

Response code และ Response code after switch
เป็น SIP Response Code ที่ GSM VoIP Gateway สร้างขึ้นมาเพื่อแจ้งแก่ SIP Device ที่มันเชื่อมต่อด้วย เพื่อบ่งบอกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่มันเจอ เช่น พอร์ตเต็มหมด (600 Busy everywhere) ติดต่อปลายทางไม่ได้ (503 service unavailable) ปลายทางรับสายแล้ว (200 ok) เป็นต้น ซึ่งถ้าไม่ได้คอนฟิกค่า Response code after switch มันก็จะส่ง 600, 503, 200 ไปตรงๆ แต่เราก็แก้ไขค่า Response Code เหล่านี้ได้เพื่อให้เหมาะสมกับ SIP Device ที่เชื่อมต่อโดยการใส่ Response Code ที่ต้องการไว้ในช่อง Response code after switch ยกตัวอย่างเช่น
Response code = 600, Response code after switch = 503
มันก็จะส่ง 503 ไปแทน

4. Port Configuration
เป็นพารามิเตอร์สำหรับคอนฟิก SIP Account ที่จะรีจิสเตอร์กับ SIP Server ครับ รีจิสเตอร์ได้ Server เดียว ทุกพอร์ตจะใช้ Account เดียวหรือแยก Account กันก็ได้ แต่ถ้าเราไม่ได้ใช้งานแบบรีจิสเตอร์กับ SIP Server ก็ปล่อยว่างๆไว้อย่างเดิม นอกจากนั้นก็ปรับ Tx/Rx Gain ของ DSP Chip ภายใน (DSP ย่อมาจาก Digital Signal Processor) และเซ็ตเบอร์ Hotline ทั้งจากฝั่ง IP -> GSM และ GSM -> IP เซ็ตได้ละเอียดถึงระดับพอร์ตใครพอร์ตมันเลยนะครับ

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

5. Digit Maps
เอาไว้จัดการกับ digit ที่ยูสเซอร์กดเพื่อให้เหมาะสมกับการส่งไปยังฝั่ง IP ต่อไป ซึ่งบางครั้งเราต้องมาจัดการกับ digits เหล่านั้นก่อน เช่น ตัดหลักน้าออกแล้วเติม Prefix ที่เหมาะสมเข้าไป ประมาณนี้ครับ เฉพาะสายที่โทรเข้ามาจากฝั่ง GSM นะครับ

เทคนิคการคอนฟิก GSM VoIP Gateway #5 - System Configuration

บทความที่เกี่ยวข้อง
Manipulation Configuration
Routing Configuration
Operation
Register to SIP Server
IP Trunk Configuration
Port Group Configuration
Mobile Configuration
เปลี่ยน User/Password
คอนฟิกพอร์ต WAN/LAN
แนะนำ GSM VoIP Gateway
** งานเร่งด่วนติดต่อที่เบอร์ 085-161-9439 อีเมล์ iamaladin@gmail.com ไลน์ไอดี nuizvoip ครับ ผมหนุ่ยครับ**
nuiz
Diamond Member
 
โพสต์: 7336
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 มี.ค. 2010 09:33

ย้อนกลับไปยัง GSM VoIP Gateway

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน