การ์ด TDM400P นี้นะครับ หน้าตาจะคล้ายๆการ์ด TDM410P เลย ใช้งานได้เหมือนๆกับการ์ด TDM410P แต่ว่าไม่สามารถใส่โมดูล Hardware Echo Canceller เพิ่มได้ (แต่ว่าปกติเราก็ไม่ได้ใส่โมดูลนี้เพิ่มอยู่แล้วครับ เนื่องจากมีราคาแพง แถมยังใช้ Software Echo Canceller OSLEC ทดแทนได้สบายๆ) ตัวการ์ดวางโมดูล FXS/FXO ในแนวนอนเรียงกันไป สามารถใส่โมดูล 1 FXS, 1 FXO แบบเดียวกับการ์ด TDM410P ได้เลยครับ ตัวการ์ดมีขนาดสั้นกว่าการ์ด TDM410P อยู่พอสมควรครับ เครื่องที่มีเนื้อที่จำกัดไม่สามารถติดตั้งการ์ด TDM410P ได้ ก็หันมาใช้การ์ด TDM400P นี้แทนครับ
** ขนาดการ์ด ยาว 13.7 cm, สูง 12 cm, หนา 1.9 cm **
1. หน้าตาการ์ด TDM400P



เทียบขนาดกับการ์ด TDM410P

การ์ดรุ่นนี้ก็ใส่โมดูล FXS/FXO ผสมกันได้ด้วยนะครับ ตามรูปนี้

2. เช็คว่าเครื่องมองเห็นการ์ดหรือไม่ รันคำสั่ง lspci
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
lspci
ผลลัพธ์ อย่างนี้คือมองเห็นครับ
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
02:03.0 Communication controller: Tiger Jet Network Inc. Tiger3XX Modem/ISDN interface
3. เช็คว่า Dahdi เห็นการ์ดหรือไม่
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
dahdi_hardware
ผลลัพธ์ เห็นข้อความแบบนี้ก็แสดงว่า Dahdi มองเห็นการ์ดครับ ไม่ต้องคอมไพล์ไดร์เวอร์
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
pci:0000:02:03.0 wctdm- e159:0001 Wildcard S400P Prototype
4. หยุดเซอร์วิส Asterisk
เพื่อปลดปล่อย Dahdi จากการถูกจองจำ
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
amportal stop
5. หยุดเซอร์วิส Dahdi
เพื่อปลดปล่อยไดร์ฟเวอร์จากการถูกจองจำ
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
service dahdi stop
6. แก้ไขไฟล์ /etc/dahdi/modules
ให้เพิ่มหรือเอาเครื่องหมาย # หน้าบรรทัดนี้ออก เพื่อให้ Dahdi โหลดโมดูลไดร์ฟเวอร์ของการ์ด
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
wctdm
7. รีสตาร์ท Dahdi
เพื่อโหลดไดร์เวอร์ของการ์ดเข้าไปใหม่
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
service dahdi restart
ผลลัพธ์
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
Unloading DAHDI hardware modules: done
Loading DAHDI hardware modules:
wctdm: [ OK ]
Running dahdi_cfg: [ OK ]
พอ Dahdi มีไดร์เวอร์ของการ์ดแล้วหลอดไฟ LED ด้านหลังก็จะติดครับ
9. สั่งให้ Dahdi สร้างไฟล์คอนฟิก /etc/dahdi/system.conf
ซึ่ง Asterisk จะดึงข้อมูลนี้ไปใช้เพื่อจัดการกับการ์ดนี้ครับ
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
dahdi_genconf
10. เช็คไฟล์ /etc/dahdi/system.conf
ก็จะเจอข้อมูลคล้ายๆแบบนี้ เป็นผลมาจากการรันคำสั่ง dahdi_genconf หน่ะครับ
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
# Span 1: WCTDM/4 "Wildcard S400P Prototype Board 5"
fxsks=1
echocanceller=oslec,1
fxsks=2
echocanceller=oslec,2
fxsks=3
echocanceller=oslec,3
fxoks=4
echocanceller=oslec,4
# Global data
loadzone = us
defaultzone = us
11. สตาร์ท Dahdi และ Asterisk
- โค้ด: เลือกทั้งหมด
service dahdi start
amportal start
ก็จะโอเคแล้วครับ
12. เช็คหน้า Hardware Detector ในเว็บ Elastix
ก็จะมองเห็นการ์ดลักษณะนี้ครับ
13. คอนฟิก Asterisk/Elastix
การ์ดเวอร์คแล้วครับ ต่อไปก็คอนฟิก Elastix ให้โทรออก รับสายเรียกเข้าได้
ขอบคุณเว็บ http://www.buyasteriskcard.com ที่เอื้อเฟื้อการ์ดมาให้ทดสอบ
บทความที่เกี่ยวข้อง
เทคนิคการคอนฟิกพอร์ต FXO
